4 ผู้จัดการทีมที่มีสไตล์การทำทีม “สวนทาง” กับสไตล์บอลที่ตัวเองเคยเล่น

4-ผู้จัดการทีมที่มีสไตล์

เคลาดิโอ บอร์กี้ (อดีตเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและหน้าต่ำ)

เคลาดิโอ บอร์กี้ (อดีตเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวรุกและหน้าต่ำ)

อดีตเพลย์เมกเกอร์ทีมชาติอาร์เจนตินาชุดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1986 เคยได้รับการยกย่องว่าเป็น “นิวมาราโดน่า” ยุคแรกๆ เลยทีเดียว และแน่นอนว่าด้วยสไตล์การเล่นของเขาที่เป็นตัวรุก เน้นการทำแอสซิสต์ เน้นการทำประตูหรือโชว์เทคนิคสไตล์ละตินที่แพรวพราว มันก็อดคิดไม่ได้ว่าเวลาเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีม เขาจะทำทีมฟุตบอลให้เน้นเอ็นเตอร์เทนคนดู มีเกมรุกที่ทรงประสิทธิภาพได้หรือไม่ใช่แล้ว บอร์กี้ กลายมาเป็นโค้ชและผู้จัดการทีมจริงๆแต่สไตล์การทำทีมของเขา สวนทางกับสไตล์ของตัวเองสมัยเล่นบอลอาชีพโดยสิ้นเชิง !คิดดูว่าเขาได้ฉายาว่า “เดอะ สเปเชียลวัน แห่งอเมริกาใต้” แบบเดียวกับตัวของ โฮเซ่ มูรินโญ่ กุนซือเจ้าพ่อบอลลุ้นผลที่เน้นเกมรับอย่างเต็มตัวเลยนั่นเอง ไม่ว่าจะคุมทีมไหน บอร์กี้ มักจะใช้วิธีการเล่นสไตล์อัดเกมรับแน่นๆ รอสวนกลับเพียงอย่างเดียว แตกต่างมั้ยล่ะกับสมัยเป็นนักเตะ

โรนัลด์ คูมัน (อดีตเป็นกองหลังที่ชื่นชอบการยิงประตู)

โรนัลด์ คูมัน (อดีตเป็นกองหลังที่ชื่นชอบการยิงประตู)

สำหรับตัวของ คูมัน ในอดีตนั้นถือแม้ว่าจะเล่นเป็นกองหลังและมิดฟิลด์ตัวรับ หน้าที่ของผู้เล่นตำแหน่งนี้หลักๆเลยก็คือต้องพยายามประกบคู่แข่ง หยุดยั้งเกมรุกของคู่ต่อสู้ แต่ว่าตัวของ คูมัน ไม่ได้มีทักษะในเรื่องเกมรับมากขนาดนั้น แต่เขาทดแทนด้วยการเติมเต็มทักษะในเรื่อง “การยิงประตู”เขาเป็นกองหลังที่มีสถิติในการยิงประตูได้มากที่สุดในโลก เป็นเจ้าพ่อเรื่องลูกฟรีคิก , จุดโทษ และยังยิงไกลได้หนักหน่วงแม่นยำมาก เรียกได้ว่าไม่สนใจเกมรับ เน้นหนุนเกมรุกกับเพื่อนดีกว่า ก็ไม่แปลกใจที่เขาจะมีสถิติยิง 200 กว่าประตูตลอดอาชีพค้าแข้ง ยิงได้มากกว่ากองหน้าอาชีพทั่วไปเสียอีกแต่กลับกันพอมาคุมทีมในฐานะจัดการทีม เขากลับไมได้บ้าเกมรุกเหมือนสมัยเล่นบอลอาชีพ เขาทำทีมแบบเน้นผลการแข่งขัน เน้นปลอดภัยไว้ก่อน  กลายเป็นบอลน่าเบื่อไปอีกแบบฟังดูแล้วก็เข้ากับตำแหน่งสมัยที่เขาเล่นบอลอาชีพนี่ แต่มันขัดกับนิสัยที่ชอบเล่นเกมรุกของคูมันอย่างชัดเจน

ตาต้า มาร์ติโน่

ตาต้า มาร์ติโน่

เรามาดูกันที่อดีตผู้จัดการทีมบาร์เซโลนา และทีมชาติอาร์เจนตินาชุดดับเบิ้ลรองแชมป์ ในปัจจุบันกำลังทำงานเป็นผู้จัดการทีมชาติเม็กซิโกชุดใหญ่อยู่เขาไม่ค่อยมีแชมป์ประดับบารมีเท่าไหร่ และในสมัยที่ยังเล่นเป็นนักเตะอาชีพ ไม่น่าเชื่อว่ากุนซือร่างอวบรายนี้เป็นนักเตะสไตล์ “เพลย์เมกเกอร์” เขาชอบเล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกหมายเลข 10 เป็นตัวทำเกมฝีเท้าดีเลยก็ว่าได้ และนั่นก็ทำให้แฟนบอลมองว่ามิดฟิลด์ตัวรุกสไตล์ใช้สมองในการเล่นอย่าง ตาต้า จะคุมทีมแบบเน้นความมันส์ในเรื่องเกมรุกหรือไม่ถ้าเขาก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมในอนาคตแต่เปล่าเลย ! ตาต้า กลายเป็นผู้จัดการทีมที่เน้นทำทีมแบบเน้นผลบอล เน้นการเคาน์เตอร์แอทแทคล้วนๆ เน้นบุกทางปีกเวลาได้สวนกลับ และไม่เพียงเท่านั้น การบุกของเขาคือการโยนบอลโด่งๆเข้าเขตโทษ ไม่ได้มีการต่อบอลสั้น ทำเกมรุกด้วยการต่อบอลสั้น เน้นคิลเลอร์พาส นั่นไม่ใช่สไตล์การทำทีมแบบที่ ตาต้า ทำทีมเลย มันต่างจากคาแรคเตอร์ในสมัยที่เขาเป็นนักเตะอาชีพอย่างชัดเจน

เจอร์เก้น คล็อปป์ (อดีตผู้เล่นสารพัดประโยชน์)

เจอร์เก้น คล็อปป์ (อดีตผู้เล่นสารพัดประโยชน์)

ขึ้นชื่อว่าเป็น คล็อปป์ เขาคือผู้จัดการทีมที่เน้นในการทำทีมแบบเน้นเพรสซิ่ง ต่อบลอสั้น เน้นเกมรุก ไม่ว่าจะเป็นตอนคุมทีม ไมนซ์ 05 , โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และทีมลิเวอร์พูลในปัจจุบัน เขาทำให้ทีมเน้นเกมรุกเป็นหลัก แถมยังเล่นได้สวยงามอีกด้วยและเราก็มาพูดถึง คล็อปป์ ในสมัยเล่นบอลอาชีพบ้าง เขาอาจจะไม่ใช่นักเตะดีกรีทีมชาติที่มีชื่อเสียงโด่งดัง แต่ในสมัยที่เล่นบอลอาชีพกับ ไมนซ์ 05 เขาเล่นในตำแหน่ง “เซ็นเตอร์แบ็ก” แต่ก็มีหลายๆครั้งที่เขาขึ้นมาทำหน้าที่เป็นกองกลางบ้าง เป็นกองหน้าบ้าง แต่รวมๆแล้วนั้น ตำแหน่งและสไตล์การเล่นของเขา สวนทางกับวิธีการทำทีมในตอนเป็นผู้จัดการทีมเป็นอย่างมาก

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง