มัทไธส์ เดอ ลิกต์ ดาวรุ่งคนดังผู้เลือกขี่หลัง เจ้าม้าลาย

เดอ ลิกต์ ดาวรุ่งคนดังผู้เลือกขี่หลัง เจ้าม้าลาย

คุณมักจะเห็น มิโน่ ไรโอล่า ซุปเปอร์เอเย่นต์ระดับโลกชาวอิตาลี ในแบบผู้ชายร่างอ้วนตัวน้อยที่สวมแว่นตาดำใส่ชุดที่ดูน่ากลัว พร้อมกับถือโทรศัพท์ตลอดเวลา เขามักพูดคุยกับโทรศัพท์เกือบตลอดทั้งวันเพื่อติดต่อธุรกิจในวงการลูกหนัง

ขณะที่นักฟุตบอลรายหนึ่งกำลังสวมเสื้อผ้าอยู่ข้างหลัง ไรโอล่า ยังมีแฟนๆของ ยูเวนตุส สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี รออยู่ด้านนอกศูนย์การแพทย์ของทีมเมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะได้เห็นการเซ็นสัญญานักเตะใหม่อย่าง มัทไธส์ เดอ ลิกต์ กองหลังอนาคตไกลทีมชาติฮอลแลนด์ ที่ย้ายมาจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

เมื่อ ไรโอล่า ปรากฏตัวขึ้นพวกเขาก็ตะโกนว่า “มิโน!” คุณสามารถเห็นเหตุผลได้เช่นกัน ด้วยสโมสรที่ใหญ่ที่สุดหลายแห่งในยุโรปต่างที่ต้องการลายเซ็นต์ของ อดีตกัปตันทีม อาแจ็กซ์ และการตัดสินใจเข้าร่วมทีม ยูเวนตุส นั้น เป็นเรื่องที่นายหน้าอิตาเลียน จัดการให้กับลูกค้าของเขา

เพื่อให้เข้าใจถึงการย้ายทีมครั้งนี้ คุณต้องเข้าใจความคิดของ ไรโอล่า ซึ่งไม่เกี่ยวกับเงิน แม้จะมีบางคนคิดเมื่อตอนเป็นเด็กเขาย้ายจากครอบครัวตอนใต้ของอิตาลี มาที่ เนเธอร์แลนด์ ซึ่งครอบครัวของเขาเปิดร้านพิชซ่า

บ่ายวันหนึ่งในบ้านเกิดของ ไรโอล่า ที่เงียบสงบของในปี 2016 เขาอธิบายกลยุทธ์การย้ายทีมของเขาให้ได้รู้ โดยที่เจ้าตัวจะอดทนที่จะรอให้สโมสรเข้าหาผู้เล่นของเขา และเขาตัดสินใจว่าสโมสรไหนเหมาะสำหรับผู้เล่นแล้วพยายามจัดการเรื่องย้ายสังกัดแบบเร็วที่สุด

วิธีการระบุสโมสรที่เหมาะสม? “คุณต้องไปที่สโมสรที่ต้องการคุณ” และแน่นอนว่าผู้เล่นจะต้องการเล่นให้สโมสรแห่งนั้น กล่าวได้ว่า ยูเวนตุส ไม่ได้เป็นฝ่ายเลือก เดอ ลิกต์ ซึ่งในทางตรงกันข้าม ดาวรุ่งชาวดัตช์ เป็นฝ่ายเลือกจากมาค้าแข้งกับ “เจ้าม้าลาย” นั่นคือสิ่งที่ ไรโอล่า อธิบาย

มันเป็นความจริงที่ ยูเวนตุส ต้องเผชิญกับการวัดดวง ดูเหมือนว่าเงินจะมีความสำคัญต่อ ไรโอล่า มากกว่าต่อ เดอ ลิกต์ ผู้เฝ้าดูการเจรจาที่ไม่มีที่สิ้นสุดอย่างใจร้อน “เจ้าม้าลาย” จะจ่ายค่าคอมมิชชั่นให้กับ ไรโอล่า 10.5 ล้านยูโร ในขณะที่ เดอ ลิกต์ จะค่าเหนื่อย 10 ล้านยูโรต่อปี ต่อปีบวกโบนัส 5 ยูโร ในการเซ็นสัญญายาว 5 ปี ซึ่งในฟุตบอลอิตาลี คริสเตียโน โรนัลโด้ ปีกทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น ที่มีรายได้มากกว่าเขา

ในทางกลับกัน อาแจ็กซ์ ยืนยันค่าธรรมเนียมการย้ายทีมที่ 75 ล้านยูโร มากกว่าที่พวกเขาต้องการถึง15 ล้านยูโร ก่อนที่พวกเขาจะเข้าไปสู่รอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ เดอ ลิกต์ มีค่าตัวมหาศาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน คิดมานานแล้วว่า เดอ ลิกต์ เป็นเป้าหมายหลักในการเสริมทัพในช่วงซัมเมอร์นี้ แต่ครั้งนี้พวกเขาลังเลที่จะตอบสนองความต้องการเงินเดือนของกองหลัง “กังหันสีส้ม” เพราะกลัวว่าจะทำให้เสียสมดุลในทีม

ในขณะที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกลีก เอิง ฝรั่งเศส น่าจะรับได้กับค่าตอบแทนสูงของ เดอ ลิกต์ แต่ดูเหมือนว่า เปแอสเช จะถูกใช้เป็นเครื่องมือต่อรองเท่านั้น เพื่อบังคับให้ประมูลค่าตัวของ ยูเวนตุส ต้องยากขึ้น

การคิดว่าเงินเดือนเป็นตัวตัดสินว่าการเลือกของ เดอ ลิกต์ เป็นสิ่งที่ผิด แต่เขายืนยันกับหนังสือพิมพ์ดัตช์ Algemeen Dagblad ว่า เงินไม่มีบทบาทสำหรับเขาในการย้ายทีมครั้งนี้ เขาจะกลายเป็นคนรวยไปในทุกที่ และในฐานะผู้ชายคนหนึ่งจากครอบครัวที่มีฐานะดีที่ไม่มีรสนิยม

ในการซื้อของต่างๆ และมีเป้าหมายที่จะทำงานในระยะเวลา 15 ปีที่นี่เป็นล้านๆยูโร ที่นี่หรือแทบไม่มีความสำคัญ มันทำให้เขาหงุดหงิดว่า คนดัตช์ส่วนใหญ่คิดว่าเขาควรเข้าร่วมทีม บาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นสโมสรต่างชาติที่ชื่นชอบของชาวเนเธอร์แลนด์

“ในที่สุดผมก็ตัดสินใจ ผมมองการพัฒนาของตัวเองอย่างหมดจด” เดอ ลิกต์ บอกกับหนังสือพิมพ์ De Telegraaf หรือมากกว่านั้นอย่างแม่นยำ เขาตัดสินใจด้วย ไรโอร่า กระซิบที่หูของเขาก่อนจะย้ายมาเล่นกับ ยูเวนตุส

เมื่อ 25 ปีที่แล้ว เมื่อ ไรโอร่า เห็นกองกลางชาวเช็คที่ขื่อว่า พาเวล เนดเวด ซึ่งเตือนให้เขานึกถึงพ่อของตัวเองที่เตือนว่า เนดเวด เป็นพวกหัวรุนแรง สิ่งเดียวที่เขาคิดว่าตัวเองทำไม่ได้คือ เล่นฟุตบอลให้ดี แต่เขาสามารถฝึกหนักกว่าคนอื่น

เนดเวด เคยฝึกซ้อมที่สโมสร จากนั้นก็กลับไปบ้านเพื่อฝึกหนักขึ้น และฝึกต่อไปอีกในสวนหลังบ้านของเขา ในปี 1996 ไรโอร่า นำ จอมทัพชาวเช็ก มาที่ ลาซิโอ และ 5 ปีต่อมา เขาพา เนดเวด ไปเล่นกับ ยูเวนตุส ในปี 2003 ก่อนที่จะได้รับการโหวตให้เป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของยุโรป

วันนี้ เนดเวด เป็นผู้อำนวยการด้านกีฬาของ ยูเวนตุส และเป็นคนที่เซ็นสัญญากับ เดอ ลิกต์ โดยอดีตกองกลาง “เจ้าม้าลาย” ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มันเป็นการเสริมบทเรียน ไรโอร่า ได้เรียนรู้จากพ่อของเขาว่า หัวรุนแรงก็ประสบความสำเร็จได้

บทสรุป คือ ผู้เล่นอายุน้อยที่มีความทะเยอทะยานควรโอบล้อมตัวเขาด้วยพวกหัวรุนแรง ครั้งหนึ่ง ไรโอร่า เคยดูแลอดีตนักเตะ อาแจ็กซ์ ที่มีพรสวรรค์มากที่สุดคนหนึ่ง เขาพานักเตะคนนั้นไปยัง ยูเวนตุส ดาวเตะที่กล่าวถึงคือ สลาตัน อิบราฮิโมวิช ยอดองหน้าชาวสวีเดน

เดอ ลิกต์ เป็นผู้ชอบหัวรุนแรง เขาเป็นผู้เล่น อาแจ็กซ์

สมัยเล่นกับ ยูเวนตุส นั้น อิบราฮิโมวิช เห็นด้วยตัวเองว่า เนดเวด ฝึกฝนหนักแค่ไหน โดยดาวยิงสวีดิช ระบุว่า “ผมคิดว่า พวกคุณพูดเกินจริง แต่มันเป็นเรื่องจริง เขาซ้อมหนักมาก เขามีจรรยาบรรณการทำงานของบวกกับความสามารถระดับสูงของเขาเอง”

ตอนนี้ ไรโอร่า พูดถึง เดอ ลิกต์ ด้วยสัมผัสของพนักงานขายโดยกล่าวว่า “ในแง่ของอัตราการทำงานและความคิดเขาเข้าใกล้หรือสูงกว่า เนดเวด และความทะเยอทะยานของเขาทำให้ผมนึกถึง สลาตัน อิบราฮิโมวิช”

ไรโอร่า รู้ดีว่านักฟุตบอลชั้นยอดทุกคนนั้นมีความทะเยอทะยานไม่น้อย ยกตัวอย่างเช่น เขาตระหนักเมื่อหลายปีก่อนว่า มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้าเจ้าปัญหาชาวอิตาลี ไม่ใช่ลูกค้าของเขา นักฟุตบอลมักจะบอกว่าพวกเขาต้องการที่จะไปถึงจุดสูงสุด แต่หลายคนไม่ต้องการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท้ายที่สุดพวกเขาสามารถมีรายได้นับล้าน และลงเล่น 90% โดยไม่มีชีวิตเหมือนคนทั่วไป หรืออยู่ภายใต้แรงกดดันจากคนอื่นเพื่อโชว์ฟอร์ม 40 เกมต่อฤดูกาล ไรโอร่า ชอบถามลูกค้าของเขาว่า “ทำไมคุณถึงเล่นฟุตบอล? จุดมุ่งหมายของคุณคืออะไร? แต่นักฟุตบอลส่วนใหญ่ยังไม่ได้คิดเลย

ในภาษาของ ไรโอร่า นั้น เดอ ลิกต์ เป็นผู้ชอบหัวรุนแรง เขาเป็นผู้เล่น อาแจ็กซ์ เพียงคนเดียวในโรงยิมเวลา 8.00 น. ทุกวันหลังจากการแข่งขัน กองหลังตัวใหม่ ยูเว่ รู้ว่าเขายังไม่ถึงจุดสูงสุด เขามีความต้องการทำให้ตัวเองมีคุณภาพทุกอย่าง

แต่แม้กระทั่งในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เดอ ลิกต์ ทำผิดพลาดซ้ำๆในการเล่นกับทีมชาติฮอลแลนด์ ในขณะที่ อาแจ็กซ์ พ่ายแพ้ต่อ สเปอร์ส ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ แต่เขาก็กลับมาอยู่ในฟอร์มที่สุดยอดได้

ไรโอร่า กล่าวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “เห็นได้ชัดว่า เขาเป็นกองหลังดาวรุ่งที่ดีที่สุดตอนนี้ เขาต้องการเวลาที่จะแสดงให้เห็นว่าเขาเก่งที่สุดในระดับสูงต่อไปในอนาคต”

ประเพณีของฟุตบอลชาวดัตช์ไม่ได้ให้คุณค่ากับเกมรับเป็นพิเศษ กองหลังฮอลแลนด์ ส่วนใหญ่เติบโตขึ้นมาในฐานะกองกลาง แต่สำหรับ เดอ ลิกต์ เป็นข้อยกเว้นที่หายาก เขาพูดว่า “ผมตกหลุมรักกับการปกป้องของฟุตบอลอิตาลี”

เดอ ลิกต์ ยังมีเสื้อ ยูเวนตุส ที่เขาสวมตอนอายุ 7 เมื่อฮีโร่ของเขาคือ ฟาบิโอ คันนาวาโร่ อดีตปราการหลังกัปตันทีมชาติอิตาลีชุดแชมป์โลกปี 2006 โดยระบุว่า “เขาเป็นกองหลังที่รวดเร็วมาก เขาเป็นคุณครูที่ดีที่สุดของวงการฟุตบอลสำหรับนักเตะในตำแหน่งกองหลัง ยูเวนตุส มีแผนการเติบโตที่ชัดเจนสำหรับผม”

ในการฝึกซ้อมครั้งแรกของ เดอ ลิกต์ ที่ ยูเวนตุส ผู้ช่วยโค้ชให้เวลาหนึ่งชั่วโมงกับการสอนยุทธวิธีเกี่ยวกับวิธีที่เขาควรวางตำแหน่งตัวเองในการป้องกันที่ซับซ้อนของทีม ที่ อาแจ็กซ์ เขาได้รับการปกป้องจากสัญชาตญาณเป็นส่วนใหญ่ เขายอมรับกับนิตยสาร Voetbal International

ยูเวนตุส ยังเสนอโอกาสให้ เดอ ลิกต์ ได้ฝึกซ้อมกับการทำงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลอย่าง โรนัลโด้ ขณะเดียวกัน โยฮัน ครัฟฟ์ ตำนานนักฟุตบอลของฮอลแลนด์ เคยแนะนำให้เขาย้ายไปเล่นกับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่ บาร์เซโลน่า เช่นกัน

โรนัลโด้ ดูเหมือนว่า จะตอบสนองต่อความรู้สึก หลังจากโปรตุเกส เอาชน ะฮอลแลนด์ในรอบชิงชนะเลิศเนชั่นส์ คัพ เขามาหา เดอ ลิกต์ บนสนาม และเชิญใก้ย้ายไปยัง ยูเวนตุส โดยแข้งชาวโปรตุเกส พูดติดตลกอวยพร อดีตเด็กปั้น อาแจ็กซ์ ที่เมืองตูริน

เดอ ลิกต์ ต้องการ ยูเวนตุส แต่แน่นอนภายใต้โค้ชคนใหม่ของพวกเขา เมาริซิโอ ซาร์รี่ ต้องการเขาเช่นกัน การเข้ามาของ อดีตโค้ช เชลซี ทำให้นึกถึงการแต่งตั้ง เป๊ป กวาร์ดิโอลา โค้ชชาวสเปน ของ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 2013 ทั้งสองสโมสรต้องการที่จะเปลี่ยนจากการชนะไปสู่ชัยชนะด้วยระบบโจมตีที่สวยงาม

ฤดูกาลที่แล้ว ลิเวอร์พูล และ อาแจ็กซ์ นิยมแฟชั่นแนวใหม่ของฟุตบอลยอดนิยม โดย ดูซาน ทาดิช ปีกชาวเซอร์เบีย ของ อาแจ็กซ์ บอกเว็บไซต์ของสโมสรว่า “บางทีเราอาจจะเปลี่ยนฟุตบอลนิดหน่อยดู ยูเวนตุส พวกเขาทำอะไรไปแล้ว”

เช่นเดียวกับ อาแจ็กซ์ และ ลิเวอร์พูล ซาร์รี่ ต้องการให้กองหลังตัวกลางขึ้นมาเล่นบนเส้นแบ่งครึ่งสนาม โดยมีระยะห่างจากประตูตัวเอง 50 เมตร นั่นเป็นคำถามที่ยากลำบากสำหรับ จอร์จิโอ คิเอลลินี กองหลังอิตาเลียน ซึ่งจะมีอายุ 35 ปีในเดือนหน้า แม้กระทั่งคู่หูของเขาอย่าง เลโอนาร์ โบนุชชี่ ปราการหลัง วัย 32 ปี ก็ตาม แต่มันก็เป็นระบบที่คุ้นเคยของ เดอ ลิกต์ ที่ อาแจ็กซ์ ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

ถึงแม้ว่า โบนุชชี่ จะย้ายออกจากสโมสร แต่ เดอ ลิกต์ ก็อาจไม่กลายเป็นผู้ไม่มีส่วนร่วมในตูรินทันที ยูเวนตุส ไม่ได้โด่งดังจากการปั้นกองหลังดาวรุ่งมากนัก ในขณะที่ อาแจ็กซ์ ชอบเด็กฝีเท้าดีแบบดั้งเดิม แต่ “เจ้าม้าลาย” ชอบที่จะใช้นักเตะมีประสบการณ์

เดอ ลิกต์ กล่าวว่า “มันให้ความรู้สึกราวกับว่า ผมได้มาถึงในโลกของผู้ชายที่โตแล้ว ทำงาน ทำงานและทำงาน แม้วันหนึ่งที่นี่ผมสังเกตเห็นความสำคัญที่แตกต่างกัน แต่เป็นฟุตบอลที่ดีเช่นกันแน่นอน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการชนะ”

เป้าหมายของ เดอ ลิกต์ ไม่มีอะไรนอกเหนือจากการทำให้ตัวเองกลายเป็นกองหลังที่ผู้ที่ดีที่สุดในโลก

เป้าหมายของ เดอ ลิกต์ ไม่มีอะไร

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง