เซอร์จิโน่ เดสท์ กล่าว “ใจผมบอกให้เลือกทีมชาติสหรัฐอเมริกา”

เซอร์จิโน่ เดสท์ แบ็คขวาดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

ที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศฮอลแลนด์ ในที่สุดการตัดสินใจของ เซอร์จิโน่ เดสท์ แบ็คขวาดาวรุ่งของ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกเอริวิซี่ ในการเลือกรับใช้ทีมชาติสหรัฐอเมริกานั้น มีสองสิ่งที่สำคัญนั่นก็คือ ความไว้วางใจ และความจงรัภภักดี

ในฤดูกาลนี้ เดสท์ ก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ของ อาแจกซ์ อย่างเต็มตัว และโชว์ฟอ์รมได้อย่างยอดเยี่ยม จากนั้นเจ้าตัวต้องทำการตัดสินใจครั้งสำคัญว่าจะเล่นให้กับทีมชาติสหรัฐอเมริกา หรือฮอลแลนด์ ซึ่งเป็นประเทศที่เขาเกิดมา โดนมีการแสดงความคิดเห็นมากมายจากแฟนบอลโซเชียลมีเดีย

เดสท์ กล่าวกับ “อีเอสพีเอ็น” สื่อกีฬาชั้นนำว่า “มีผู้คนจำนวนมากต้องการให้คุณเดินไปในเส้นทางที่ถูกต้อง และทีมชาติสหรัฐอเมริกาช่วยเหลือผมมากในตอนที่ผมยังไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว และผมขอขอบคุณสำหรับสิ่งนั้น พวกเขาช่วยผมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก และหากพวกเขาไม่ได้ให้โอกาสผม บางทีผมอาจจะไม่อยู่ที่นี่กับ อาแจ็กซ์ และบางทีผมอาจไม่ได้ก้าวมาสู่จุดนี้”

อย่างไรก็ตาม การเล่นระดับนี้เป็นเพียงการเริ่มต้นสำหรับดาวรุ่งวัยเพียง 19 ปี และเขาต้องการสร้างประวัติศาสตร์ด้วยตามรอยนักเตะอเมริกันรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จอย่าง คริสเตียน พูลิซิส ปีกตัวเก่งของ เชลซี ในศึกพรีเมียร์ลีก

ปัจจุบัน เดสท์ ยังคงอาศัยอยู่กับพ่อแม่ของเขา โดยแม่ของเขาเป็นชาวดัตช์ และพ่อเป็นชาวซูรินาเม เชื้อสายอเมริกัน ซึ่งกองหลัง อาแจ็กซ์ ยังคงไม่มีท่าทีที่เปลี่ยนแปลงไปแม้จะมีชื่อเสียงจากการเป็นนักเตะชุดใหญ่แล้วก็ตาม

“ผมมุ่งเน้นการพัฒนาตัวเองไปเรื่อยๆ ผมไม่ใช่คนที่เย่อหยิ่งกับคนอื่นๆ และผมไม่ได้ดูคนอื่นมากนัก ผมแค่มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงตัวเอง” ฟูลแบ็คดาวรุ่งทีมชาติสหรัฐอเมริกา กล่าว

ในระหว่างที่ทำการตัดสินใจนั้น เดสท์ พาตัวเองกลับไปยังสถานที่ตอนยังเป็นเด็กเล่นฟุตบอลบนท้องถนน ซึ่งก็คือ Almere เมืองเล็กๆที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ ห่าง 23 ไมล์จากเมืองหลวงอย่าง อัมสเตอร์ดัม เขาจำคำแนะนำที่ตัวเองได้ทำมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก

เดสท์ กล่าวต่อว่า “มีผู้ชายคนนี้ที่ผมเล่นฟุตบอลบนบถนนด้วย และครั้งหนึ่งเขาพูดกับผมว่า คุณไม่ต้องเครียดเพราะถ้าคุณเครียดคุณจะทำได้ไม่ดีในการเล่นฟุตบอล และนั่นคือสิ่งที่ผมคิดเสมอ ถึงตอนนี้ถ้าใครบางคนพยายามที่จะกดดันผมหรือวิ่งตามผม ผมแค่คิดเกี่ยวกับมัน และคำพูดนั้นมันอยู่ในใจของผมเสมอ”

ความไม่เครียดของ เดสท์ นั้น เห็นได้ชัดในการเล่นของเขา เขานำความกระตือรือร้นมาจากตำแหน่งแบ็คขวา และยังเป็นนักเตะที่มีการผสมผสานระหว่างความมั่นใจในตัวเองกับเทคนิคที่ดี ซึ่งทำให้เขาได้ลองทำสิ่งที่น่าทึ่งเกี่ยวกับทักษะขั้นพื้นฐานต่างๆ และการเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง

ความผิดพลาดเหล่านี้เป็นความทรงจำเมื่อพูดคุยเกี่ยวกับการลงสนามไป 24 เกมให้กับ อาแจ็กซ์ ในฤดูกาลนี้ รวมทุกรายการ และทำไป 2 ประตู ซึ่งประตูแรกของเขาคือ การซัดจุดโทษในเกมที่พบกับ วิลเล่ม ทเว

ขณะเดียวกัน เดสท์ ยังจำคนที่หัวเราะเยาะเขา เมื่อเขาบอกผู้คนเหล่านั้นว่า เขาจะอยู่ใน 2% ของกลุ่มเป้าหมายที่จะได้เล่นทีมชุดแรกของ อาแจ็กซ์ โดยระบุว่า “ตอนนี้ผมอยู่ที่นี่แล้ว ตอนที่ทุกคนที่หัวเราะเยาะ ผมจะพูดว่า ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้พวกเขาอยากกลับมาเป็นเพื่อนกับผม ผมรู้ว่าใครอยู่กับผมบ้างในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และผมก็พยายามตอบแทนพวกเขา”

นอกจากนี้ เดสท์ ยังเล่าประสบกาณ์ที่ถูกมองข้ามจากทีมชาติฮอลแลนด์ว่า “ทุกครั้งที่ผมไปถึงการคัดตัวรอบสุดท้ายกับทีมเยาวชนของฮอลแลนด์ ผมไม่ได้ถูกเลือก ผมรู้สึกผิดหวัง แต่พ่อของผมบอกผมว่า ผมยังมีหนังสือเดินทางของสหรัฐ”

เดสท์ เดินทางไปประเทศสหรัฐฯ ครั้งแรกในปี 2014 โดยที่เขายังไม่รู้จักประเทศนี้ดีนัก แต่ เดฟ ฟาน เด็น เบิร์ก อดีตกุนซือสหรัฐฯชุดเยาวชน และเคยเป็นอดีตนักเตะของ อาแจ็กซ์ ได้ให้โอกาสเขาลงเล่นกับทัพ “พญาอินทรีย์” ชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี เป็นครั้งแรก

ในปี 2016 เดสท์ ไปเข้าค่ายฝึกซ้อมกับทีมชาติสหรัฐฯชุดเยาวชน ในเบรเดนตัน รัฐฟลอริดา และทีมงานทุกคนได้ช่วยเหลือ และสนับสนุนเขาทั้งในและนอกสนาม จากนั้นดาวรุ่ง อาแจ็กซ์ ได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกในแกมกับ คอสตาริกา เมื่อเดือนตุลาคมปี 2016

เดสท์ ยังเป็นตัวแทนของทีมชาติสหรัฐอเมริกาในการแข่งขันศึกฟุตบอลโลกชุดอายุต่ำกว่า 17 ปี และเป็นส่วนสำคัญของพลพรรค “พญาอินทรีย์” ในการแข่งขันศึกฟุตบอลโลกชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้วอีกด้วย

สำหรับในเกมแรกของ เดสท์ กับ อาแจ็กซ์ นั้น เขาได้ลงสนามในเกมกับ พีเอสวี ไอนด์โอเฟ่น ที่ถิ่นอัมสเตอร์ดัม อาเรนา ต่อหน้าแฟนบอลมหาศาลกว่า 51,837 คน ซึ่งมันเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมอย่างมากสำหรับดาวรุ่งคนหนึ่ง

ในปี 2019 เดสท์ มีโอกาสครั้งสำคัญในชีวิตนักฟุตบอลหลังจากที่เขาได้เล่นกับทีมชาติสหรัฐฯชุดใหญ่ในเกมกับ เม็กซิโก และ อุรุกวัย แต่มันเป็นแค่เกมกระชับมิตร ซึ่งหมายความว่าเขายังคงมีสิทธิ์ได้รับการเรียกตัวจากทีมชาติฮอลแลนด์ได้

อย่างไรก็ตาม ในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว เดสท์ หยุดพักจากการเล่นฟุตบอลระดับนานาชาติเพื่อตัดสินใจในระยะยาว และถึงแม้จะมีข่าวลือต่างๆมากมาย แต่เขาก็เชื่อในสัญชาตญาณของตัวเองในการเลือกรับใช้ทีมชาติสหรัฐฯ

แบ็คขวา อาแจ็กซ์ กล่าวว่า “ในใจของผมบอกว่าสหรัฐฯเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผม ผมได้รับการเลี้ยงดู และเติบโตในเนเธอร์แลนด์ ผมรักที่นี่ แต่ในชีวิตคุณต้องตัดสินใจเรื่องยากๆ ผมรู้สึกว่าสหรัฐฯเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด ผมเคยเล่นในทีมเยาวชนของพวกเขา และผมรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน มันไม่ใช่ว่าสหรัฐจะเล่นฟุตบอลได้ไม่ดี พวกเขาได้เล่นในศึกฟุตบอลโลกมาแล้ว”

เดสท์ ยืนยันการตัดสินใจของเขา

เดสท์ ยืนยันการตัดสินใจของเขาในวันที่ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา และได้รับข้อความที่มีความสุขบน Snapchat จากเพื่อนร่วมทีมสหรัฐอเมริกาที่กระตือรือร้นที่จะแสดงความยินดีกับเขาในการเลือกตัดสินใจครั้งนี้ หลังจากที่เขาได้เข้าพบกับ โรนัลด์ คูมัน กุนซือทีมชาติฮอลแลนด์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หลังจาก อาแจ็กซ์ ตกรอบแบ่งกลุ่มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก คูมัน ได้เข้ามาพูดคุยกับ เดสท์ หลังจบเกมที่พ่ายคาบ้านในเกมนัดสุดท้ายต่อ บาเลนเซีย และได้ชื่นชมว่า เขามีฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยม โดยดาวเตะวัย 19 ปี ก็น้อมรับคำชมนั้นเอาไว้

อาแจ็กซ์ สอนให้นักเตะเยาวชนเล่นเกมรุกเป็นหลัก ซึ่งมันเป็นรากฐานที่ถูกปลูกฝังไว้ตั้งแต่ในยุคของ โยฮันน์ ครัฟฟ์ ตำนานกุนซือขาวดัตช์ ในช่วงปี 1970-1980 และในฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาก็สามารถเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้อย่างยอดเยี่ยม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา อาแจ็กซ์ ต้องสูญเสียนักเตะดาวรุ่งมากพรสวรร์ไปถึง 2 ราย ก็คือ แฟรงค์กี้ เดอ ยอง กองกลางตัวเก่ง ย้ายไปเล่นกับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึกลา ลีกา สเปน และ มัทไธส์ เดอ ลิกต์ กองหลังกัปตันทีม ย้ายไปยัง “เจ้าม้าลาย” ยูเวนตุส ในกัลโช เซเรีย อา อิตาลี

เมื่อผู้เล่นย้ายออกจากสโมสร อาแจ็กซ์ ก็พยายามที่จะแทนนักเตะเหล่านั้นจากภายในระบบของพวกเขาเอง แต่มันเป็นข้อมูลเชิงลึกที่มีแนวโน้มของพวกเขาที่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงประมาณ 2% จากทีมเยาวชนเพื่อไปเล่นในทีมชุดแรก

ย้อนกลับไปเมื่อวันหยุดในฤดูร้อนที่ผ่านมาของ เดสท์ ถูกตัดระยะเวลาให้สั้นลง โดย เอริก เทน ฮาก กุนซือ เทรนเนอร์อาแจ็กซ์ ให้เขาพักเพียง 10 วัน หลังจบศึกฟุตบอลโลกชุดอายุต่ำกว่า 20 ปี เพื่อให้เขาเข้าร่วมซ้อมกับทีมชุดแรก

กองหลังทีมชาติสหรัฐฯ กล่าวว่า “ผมต้องจดจ่ออยู่กับตัวเองเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมรู้ว่าผมมีศักยภาพ แต่ผมต้องการให้ความใส่ใจกับสิ่งนั้นเพื่อบรรลุให้มันบรรลุเป้าหมาย และเมื่อผมได้รับโอกาสกับทีมชุดแรก ผมต้องทำให้รู้ว่า ผมทุ่มเททั้งหมดที่ผมมีแล้ว”

ชีวิตที่ อาแจ็กซ์ ก้าวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วด้วยความไว้วางใจจากทุกคนในสโมสร เดสท์ เซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกในเดือนธันวาคมปี 2018 จากนั้นเขาได้เล่นให้กับทีมชุดใหญ่ในเดือนสิงหาคมปี 2019 และได้เล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่ออายุเพียง 19 ปีเท่านั้น

ขณะเดียวกัน อาแจ็กซ์ ยังสนับสนุนให้ผู้เล่นมีสิทธิ์ในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ เมื่อ เดสท์ ต้องการออกจากค่ายฝึกซ้อมพักกลางฤดูที่ประเทศกาตาร์ เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างอิหร่าน และสหรัฐอเมริกา โดย เทน ฮาก และ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ หนึ่งในผู้บริหารสโมสรเคารพความปรารถนาของเขา

ย้อนกลับไปในปีที่แล้ว เดสท์ ได้รับประโยชน์อย่างมหาศาลจากการทำงานร่วมกับ มิเชล ไรซีเกอร์ กุนซือทีมเยาวชนของ อาแจกซ์ และ วินสตัน โบการ์เด้ ซึ่งเป็นผู้ช่วยของเขา และทั้ง 2 คน ต่างก็เคยเป็นอดีตนักเตะของ อาแจ็กซ์ ในยุครุ่งเรืองปี 1995

เดสท์ กล่าวต่อว่า “ความผิดพลาดทั้งหมดในอาชีพของผมทำให้ผมเป็นอย่างที่ตัวเองเป็นทุกวันนี้ คุณต้องทำผิดพลาดบ้างเพื่อที่จะประสบความสำเร็จ และนั่นคือเหตุผลที่ผมไม่กลัวที่จะทำอะไร หรือลองทำอะไรราวกับว่า ผมทำผิดผมจะเรียนรู้จากมัน ถ้าผมกลัวผมจะไม่สามารถทำได้ในการปรับปรุงหรือตั้งเป้าหมายเพื่อสิ่งที่ดีกว่า”

ไรซีเกอร์ และ วินสตัน โบการ์เด้ เคยบอกกับ เดสท์ ว่าพวกเขาไม่ต้องแนะนำเจ้าตัวมากนักในเรื่องของเกมรุก เพราะเขามีเทคนิคที่ดีอยู่แล้ว แต่ในเรื่องเกมรับก็ต้องมีการปรับปรุงบางจุดเพื่อพัฒนาให้สมบูรณ์แบบ

เดสท์ เริ่มต้นในทีมเยาวชนของ อาแจ็กซ์ ในตำแหน่งปีกขวา แต่ในทีมขุดใหญ่เขาถูกปรับมายืนเป็นฟูลแบ็ค และความเก่งกาจของเขาก็ทำให้ได้รับการจับตามองอย่างมากว่า จะก้าวขึ้นมาเป็นนักเตะคนสำคัญของทั้งสโมสรและทีมชาติ

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ให้สัมภาษณ์ เดสท์ ได้รับตำแหน่งเป็นนักฟุตบอลชายยอดเยี่ยมแห่งปีของสหรัฐอเมริกาในปี 2019 และเป้าหมายของเขาคือ การได้ไปเล่นในศึกฟุตบอลโลกปี 2022 ที่ประเทศการตาร์ กับพลพรรค “พญาอินทรีย์”

“ผมต้องการให้เราเขียนประวัติศาสตร์ใหม่ ผมต้องการทำบางสิ่งกับทีมชาติสหรัฐอเมริกาที่ไม่มีใครทำหรือเคยประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ไม่มีใครรู้ว่าผมจะยืนอยู่ตรงไหนในอีก 10 ปีข้างหน้า ซึ่งบางทีมันอาจดีขึ้นหรือแย่ลง แต่มันไม่มีใครรู้ แต่มันก็ดีที่จะเดินไปตามเส้นทางที่ผมเลือก” เดสท์ กล่าวทิ้งท้าย

เดสท์ เริ่มต้นในทีมเยาวชนของ อาแจ็กซ์

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง