อนาคต ซาร์รี่ ใกล้ถึงจุดจบ

สไตล์ของ ซาร์รี่ ทำให้ทีมต้องเจอจุดจบแบบเดิม

เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมชาวอิตาลีของ เชลซี สโมสสรยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังตกอยู่ในถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังพาทีมพ่าย “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่แข่งร่วมลีก คาบ้าน 0-2 ตกรอบฟุตบอล เอฟเอ คัพ เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

อดีตโค้ช นาโปลี ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ดูลักษณะเหมือนคนเหนื่อยล้า ที่ไม่รู้ว่าจะรับมือกับปัญหาที่ถาโถมเข้ามาได้อย่างไร ขณะเดียวกันบรรดาแฟนบอล “สิงโตน้ำเงินคาม” ส่วนใหญ่ดูเหมือนว่าจะเริ่มไม่ค่อยพอในกับผลงานของเขาแล้วในช่วงเวลานี้

ในช่วงต้นฤดูกาล ปรัชญา ‘Sarri-ball’ ได้รับการยกย่องอย่างมาก หลังจากที่ เชลซี ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จน ซาร์รี่ ถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เป๊ป กวาร์ดิโอลา กุนซือชาวสเปน ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คู่แข่งร่วมลีก

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ย่ำแย่ในช่วงหลังของ เชลซี รวมถึงเกมล่าสุดที่แพ้ แมนฯยูไนเต็ด นั้น ทำให้หลายคนมองว่า เส้นทางในการคุมทีมของ ซาร์รี่ กับ “สิงห์บลูส์” ใกล้ถึงจุดจบเต็มที ขึ้นอยู่กับว่า โรมัน อบราโมวิช เจ้าของสโมสรชาวรัสเซีย จะตัดสินใจเชือดเขาเมื่อไหร่เท่านั้น

อันโตนิโอ คอนเต้ หรือแม้กระทั่ง โชเซ่ มูรินโญ่ ซึ่งทั้งคู่ถือว่าเป็นกุนซือที่ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ เชลซี ยังคงถูก อบราโมวิช ปลดจากตำแหน่งได้ง่ายๆ นั่นทำให้อนาคตของ ซาร์รี่ ตกอยู่ในความไม่แน่นอนสุดๆ

ก่อนหน้านี้ เทรนเนอร์ชาวอิตาเลียน พาทีมบุกไปพ่าย บอร์นมัธ ถึง 4-0 และแพ้ แมนฯซิตี้ 6-0 ซึ่งเป็นผลที่ขาดลอยที่สุดในเวลา 28 ปี ของ เชลซี และแฟนบางส่วนเริ่มตะโกนไล่ให้เขาออกจากถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เสียแล้ว

บรูซ บรูซ บั๊ค ผู้บริหารระดับสูงของ เชลซี มีสีหน้าที่ค่อนข้างดูกังวล และไม่สู้ดีนักกับผลงานในระยะหลังของทีม เขาเริ่มแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรม มันรู้สึกเหมือนกับว่า เครดิตของ ซาร์รี่ กำลังถดถอยลงไปเรื่อยๆ ท่ามกลางการประโคมข่าวถึงกุนซือคนใหม่อย่างหนาหู

บั๊ค ต้องรอคำสั่งจาก อบราโมวิช ก่อนว่าจะฟันธงอนาคตของ ซาร์รี่ ไปในทิศทางใด และมีความเป็นไปได้ที่จะมีฟ้าผ่ากลางทัพ เชลซี ในเร็ววันนี้ เหมือนกับกรณีของ หลุยส์ ฟลิเป้ สโคลารี่ โค้ชชาวบราซิล และ อังเดร วิลลาส โบอาส เทรนเนอร์ชาวโปรตุเกส ที่โดนไล่ออกก่อนจบซีซั่นแรกของพวกเขาเอง

แฟน ๆ ของ เชลซี ได้ตัดสินใจแล้วว่า ‘Sarri-ball’ มันไม่เวิร์ค และไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองอยากได้ พวกเขาไม่หนุนหลัง ซาร์รี่ อีกแล้ว ขณะที่นายใหญ่อิตาเลียน ไม่แสดงออกถึงการแก้ไขปัญหาที่จะพาสโมสรเดินหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้น

สไตล์ของ ซาร์รี่ ทำให้ทีมต้องเจอจุดจบแบบเดิม

ในเกมกับเอฟเอ คัพ กับ แมนฯยู นั้น แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ซาร์รี่ ยังคงดื้อรั้นที่จะให้ลูกทีมเล่นในวิธีการเล่นแบบเดิม เขาไม่คิดจะเปลี่ยนสไตล์ของตัวเอง และผลก็จบลงด้วยการพ่ายแพ้ “ปีศาจแดง” โดยที่แฟนบอลบางส่วนปรบมือเสียดสี พร้อมกับเสียงหัวเราะในตัวเขา

ช่วงที่ ซาร์รี่ ตัดสินใจเปลี่ยนตัว มัตเตโอ โควาซิส กองกลางทีมชาติโครเอเชีย ออกจากสนาม และส่ง รอส บาร์คลีย์ มิดฟิลด์ชาวอังกฤษ ลงเล่นแทนนั้น สาวก เชลซี บางส่วนระเบิดอารมณ์ และตะโกนใส่เขาว่า “คุณไม่รู้หรอกว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”

นี่คือสิ่งที่ ซาร์รี่ มักจะทำซ้ำ ๆ พร้อมกับผลตอบแทนที่ลดลง ความไม่ยืดหยุ่น การปากแข็งของเขานั้น ทำให้แฟนบอลเดือดดาลเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่เปลี่ยนตัวเขามักจะใช้ผู้เล่นเดิมๆ อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่ลงสนามไปมักจะสร้างความแตกต่างไม่ได้ ผลสุดท้ายทีมก็พ่ายแพ้

“Sarri-ball” ซึ่งหมายถึงการเล่นลักษณะที่มีการโจมตีสูง รวมไปถึงการกดดันในแดนคู่ต่อสู้ และการถ่ายบอลระยะสั้น การเปลี่ยนตำแหน่งที่รวดเร็ว แต่ปัจจุบัน เชลซี ได้กลายเป็นทีมที่น่าเบื่อ คาดเดาได้ง่าย และคู่แข่งจับทางได้ง่ายขึ้นในการรับมือ

จอร์จินโญ่ ห้องเครื่องทีมชาติอิตาลี ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักเช่นเดียวกัน หลังย้ายตาม ซาร์รี่ มาจาก นาโปลี เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา ความช้า และความไม่แข็งแกร่งทางกายภาพของเขา มักถูกกดดันจากคู่แข่ง ทำให้โชว์ฟอร์มไม่ดีเท่าที่ควร

ขณะที่ เอ็นโกโล ก็องเต้ กองกลางทีมชาติฝรั่งเศส ก็ถูก ซาร์รี่ จับเปลี่ยนไปเล่นในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อหลีกทางให้ จอร์จินโญ่ ในฐานะแกนหลักของทีม ทั้งที่จริงแล้ว ดาวเตะเฟรนช์แมน ได้รับการยกย่องว่าเป็น มิดฟิลด์ตัวรับที่ดีที่สุดในโลก

แฟน ๆ ของ เชลซี ถึงกับเรียกร้องให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด อดีตตำนานจอมทัพของทีม ซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นกุนซือ ดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในศึกแชมเปี้ยนส์ชิพ อังกฤษ กลับมากุมบังเหียนในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ในเร็ววัน ก่อนที่สถานการณ์ของสโมสรจะแย่ไปกว่านี้

ในขณะที่แฟนบอลยูไนเต็ดตะโกนว่า “คุณถูกไล่ออกในตอนเช้า” แฟน ๆ ของ เชลซี ก็ถูกจับภาพได้ว่า ส่งเสียงโห่ร้องไล่ดังรอบ ๆ สแตมฟอร์ดบริดจ์ เพื่อไล่ ซาร์รี่ เช่นเดียวกัน

มันเป็นช่วงเวลาที่สำคัญ และการวัดว่า ซาร์รี่ ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลของเขาได้อย่างไร เขาไม่ได้รับการปกป้องเท่าที่ควร และนี่ถือตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดี ซึ่งจะทำให้ อบราโมวิช หันมามองอนาคตของเขาอย่างจริงจัง

ภาษากายของ ซาร์รี่ แทบจะไม่ได้รับการกระตุ้นในความตื่นเต้นจากการเป่านกหวีดเริ่มเกม ทำให้เขาดูเหมือนรู้สึกหงุดหงิดมากขึ้น เมื่อ เชลซี กำลังเลื่อนไปสู่ปากเหว และท้ายที่สุดเขาก็โกรธผู้เล่นของตัวเองอย่างมากที่ไม่สามารถเล่นได้ตามแผนที่วางไว้

มันเป็นคืนที่ให้ความรู้สึกถึงจุดจบของยุคโค้ชชาวอิตาเลียน แม้ว่าจะเป็นช่วงสั้น ๆ แม้ว่ามันจะไม่น่าเชื่อเพราะเขาพึ่งมาคุมทีมเมื่อซัมเมอร์

ซาร์รี่ พยายามใช้ความอดทนในการโดนกดดันจากเจ้าของสโมสร โดยเขาหวังว่าตัวเองจะรอดพ้นจากการถูกปลดออกจากตำแหน่ง หากทำผลงานได้ดีในเกมกับ ซิตี้ และคว้าชัยในเกมพรีเมียร์ลีกกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ในอีกสามวันต่อมา

เมื่อเร็ว ๆ นี้ เทรนเนอร์ชาวอิตาลี ได้ตั้งคำถามกับความสามารถของเขาในการกระตุ้นผู้เล่นของ เชลซี หลังจากพ่ายแพ้ต่อ อาร์เซน่อล และคำถามเกี่ยวกับวิธีการของนักเตะ อย่างไรก็ตาม หลังจากนั้น “สิงโตน้ำเงินคราม” ผลงานก็ยังไม่กระเตื้อง

การพ่ายแพ้ แมนฯยูไนเต็ด ครั้งนี้ ดูเหมือนว่านักเตะ และบรรดาแฟนบอล เชลซี ต่างก็เกิดความกังวลในแนวทางของ ซาร์รี่ ผู้เล่นของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ดูเหมือนแรงจูงใจจะหายไป ขาดแรงบันดาลใจ และไร้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำเกมบุก

หลังจบเกม ซาร์รี่ กล่าวว่า เชลซี เล่นฟุตบอลแบบ “สับสน” ในครึ่งหลัง มันมีเหตุผลสำหรับสิ่งนี้ เพราะผู้จัดการทีมก็ดูสับสนเช่นเดียวกัน ดังนั้นแทบจะไม่แปลกใจเลยที่ผลลัพธ์จะออกมาเป็นแบบนั้น

ทุกรายละเอียดของเกมกับ “ปีศาจแดง” จะถูกส่งกลับไปที่ อบราโมวิช ผู้ซึ่งแม้จะอยู่ในระยะไกลก็ตาม เขาจะต้องตระหนักดีถึงความไม่สบอารมณ์ของแฟนบอล และบรรยากาศภายในทีม นั่นเป็นการยากที่จะได้เห็น ซาร์รี่ อยู่กุมบังเหียนในถิ่น สแตมฟอร์ด บริดจ์ จนจบฤดูกาล

อนาคต ซาร์รี่ ใกล้ถึงจุดจบ