ลิโอเนล เมสซี่ ! หรือถึงเวลาที่ราชาลูกหนังจะได้ถ้วยแชมป์โคปากลับบ้าน

ลิโอเนล เมสซี่ ! หรือถึงเวลาที่ราชาลูกหนังจะได้ถ้วยแชมป์โคปากลับบ้าน

ลิโอเนล เมสซี่ กำลังจุดไฟแห่งความหวังในศึก โคปา อเมริกา ให้กับทีมชาติอาร์เจนติน่า และตอนนี้พวกเขากำลังรอคอยที่จะได้ลงเล่นในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศที่สนาม มาราคาน่า ที่ซึ่งเมสซี่เคยมาเล่นในสนามสุดยิ่งใหญ่แห่งนี้มาแล้วเมื่อ 7 ปีก่อนอาร์เจนติน่า ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ หลังจากที่พวกเขาปราบทีมชาติโคลอมเบียลงได้ในช่วงเช้าของวันพุธที่ผ่านมา และนี่ก็อาจจะเป็นอีก 1 โอกาสสุดท้ายที่เมสซี่จะมีแชมป์ระดับทีมชาติประดับโปรไฟล์ของเขา!ภาพกราฟฟิตี้รูปหนึ่ง ที่ได้มีการวาดเอาไว้บนกำแพงด้านข้างป้อมปราการเก่าจุดหนึ่ง ที่ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาด “โกปากาบานา” มันเป็นภาพที่เหมือนเอาไว้ “ย้ำ” และ “รำลึก” ถึงชัยชนะของทีมชาติเยอรมนี ที่มีเหนืออาร์เจนติน่าในฟุตบอลโลก 2014 รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งภาพดังกล่าวนั้นโดนละเลงขึ้นมาโดยศิลปินชาวบราซิล ซึ่งถือได้ว่าเป็นการย้ำเพื่อนบ้านเพื่อนแค้นของพวกเขา ว่ายังคงล้มเหลวในการจะคว้าแชมป์ระดับเมเจอร์อยู่ดีเรื่องราวของ ลิโอเนล เมสซี่ ที่เมื่อ 7 ปีก่อน เขาได้คาดปลอกแขนกัปตันทีมชาติอาร์เจนติน่าลงทำศึกนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2014 ที่มาราคาน่า ยังคงเป็นสตอร์รี่มีคนมากมายหยิบเอามานำเสมอให้คนรุ่นหลังได้เห็นเสมอแม้ว่าจะทำผลงานดีมาตลอดรายการในฟุตบอลโลกหนดังกล่าว แต่เขากลับมีดวงที่ไม่ค่อยจะสมพงษ์กับถ้วยแชมป์ระดับทีมชาติเท่าไหร่นัก ความหวังที่จะแซงหน้าสิ่งที่ ดิเอโก้ มาราโดน่า เคยทำเอาไว้ในฟุตบอลโลกที่เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพในปี 1986 ยังไม่เกิดขึ้น แต่นี่ก็เป็นโอกาสอีกครั้งของเขา ที่จะได้นำถ้วยแชมป์กลับมาจากบราซิล

โอกาสอีกครั้งของเขา ที่จะได้นำถ้วยแชมป์กลับมาจากบราซิล

ในเย็นวันเสาร์นี้ มันจะเป็นการกลับมาเยือน มาราคาน่า ในรอบ 7 ปีนับตั้งแต่วันที่ เมสซี่ ต้องพบกับโชคชะตาที่เลวร้ายในสนามมาราคาน่าแห่งนี้ และเขาก็ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง เพื่อทำศึกรอบชิงชนะเลิศ โคปา อเมริกา ครั้งที่ 4 ของเขา และตอนนี้เขาเองก็อายุ 34 ปีแล้ว มันอาจจะเป็นทัวร์นาเมนต์โคปา อเมริกา ครั้งสุดท้ายของเขาก็ได้หลังจากจบเกมรอบรองชนะเลิศระหว่างอาร์เจนติน่า กับ โคลอมเบีย ในช่วงเช้าตรู่ของวันพุธที่ผ่านมา เมสซี่ ทำไปแล้ว 4 ประตูและอีก 5 แอสซิสต์ โดยเขาเป็นคนจ่ายบอลให้กับ เลาตาโร่ มาร์ติเนซ ยิงนำโคลอมเบียได้ก่อนยิ่งในเกมกับ เอกวาดอร์ 3 ประตูที่อาร์เจนติน่าไล่กระซวกเอกวาดอร์ มันเกิดจากการยิง 1 จ่าย 2 ของเมสซี่เลยทีเดียวกล่าวกันว่าแต่ละดอกที่ เมสซี่ รังสรรค์ให้กับทีมได้ในเกมอัดเอกวาดอร์ มันคือ “งานศิลปะที่แต่งแต้มจนกลายเป็นประตู” โดยในเกมนี้ เมสซี่ ซัดประตูจากลูกฟรีคิกได้เป็นลูกที่ 2 ในทัวร์นาเมนต์แล้ว และเมื่อรวมทั้งรายการในเวลานี้ เจ้าตัวมาส่วนร่วมกับประตูที่อาร์เจนติน่าทำได้ถึง 9 ประตูเลยทีเดียวและเมื่อจบเกมแต่ละนัด เขาก็ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเจ้าของตำแหน่ง “แมน ออฟ เดอะ แมตช์” ทั้งหมด 5 ครั้งจาก 5 นัดของอาร์เจนติน่า”ผมเฉยๆนะครับ รางวัลส่วนบุคคลเป็นรางวัลที่ผมไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่เรามาที่นี่เพื่อสิ่งอื่น นั่นคือคว้าแชมป์กลับบ้านเราเท่านั้น”แม้จะมีผลงานที่ดี แต่ก็ยังมีแฟนบอลและนักวิจารณ์เตือนอยู่ว่า เมสซี่ ยังมีสถิติการยิงประตูในนามทีมชาติเทียบกับสถิติการยิง 77 ประตูในนามทีมชาติบราซิลของ เปเล่ ราชาลูกหนังแดนแซมบ้าไม่ได้ แต่ก็มีคนมากมายเชื่อว่าสถิติของ เปเล่ นั้นจะโดนเมสซี่พังทลายในไม่ช้า เพราะในทุกวันนี้ เมสซี่ ก็มีสถิติการยิงประตูมากที่สุดตลอดกาลของทัพฟ้าขาวไปแล้วปัจจุบัน เมสซี่ ยิงให้กับอาร์เจนติน่าไปแล้วถึง 76 ประตู ขาดอีก 1 ตุงเท่านั้น เขาจะทำสถิติเทียบเท่ากับเปเล่ทันทีเรียกได้ว่าข้อสงสัยเกี่ยวกับความมุ่งมั่นของเขาที่มีต่อประเทศชาติของเขา มันหมดไปนานแล้ว เขาได้แค่นั่งดูการแข่งขันเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2020-21 ที่ บาร์เซโลน่า แข่งขันโดยไม่ได้ซีเรียสอะไร ซึ่งมันบ่งบอกถึงลำดับความสำคัญของเขาได้เลยว่าหลังจากหมดสัญญากับบาร์ซ่า เขาจะทุ่มเทให้กับชาติบ้านเกิดเท่านั้น เมสซี่กล่าว

กลุ่มนักเตะที่ ลิโอเนล สกาโลนี่
กลุ่มนักเตะที่ ลิโอเนล สกาโลนี่ พัฒนาขึ้นมาจนกลายเป็นแข้งทีมชาติชุดปัจจุบันของอาร์เจนติน่า ต่างทำงานร่วมกันด้วยจิตวิญญาณที่ยอดเยี่ยม เกมรับของพวกเขาดีขึ้น เกมรุกก็ยิ่งเฉียบมากขึ้นเรื่อยๆโดยที่มีเมสซี่เป็นพี่ใหญ่ในทีมแนวทางการทำทีมของ สกาโลนี่ ก็ชัดเจนมากเช่นกัน “ผมไม่ต้องการให้นักเตะได้ครองบอลไปวันๆ แต่อยากให้เราเน้นเกมรุก เน้นทำประตูมากกว่าเคาะบอลแบบไร้จุดหมาย” สกาโลนี่ ได้กล่าวเอาไว้ในเกมกับเอกวาดอร์ เขามีความปรารถนาที่ชัดเจนที่จะทำให้ทีมเล่นบอลสไตล์เพรสซิ่ง เพื่อหาทางแย่งบอลกลับคืนมาให้ได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้ทีมได้สองประตูแรกอย่างรวดเร็วถ้าหากว่าองค์ประกอบพร้อมทุกจุดแบบนี้แล้ว มันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้ ที่ราชันย์ลูกหนังรายนี้ จะได้หิ้วถ้วยแชมป์กลับบ้านเสียที !

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง